ย่านซองซู กระแสพัฒนาอสังหา ชุบชีวิตตึกเก่าสุดฮิบ ในยุคพัฒนาอุตสาหกรรม สู่แหล่งชอปปิ้งและ hang out ในยุคดิจิตัล

ในกรุงโซล เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับไหลของเกาหลีใต้ ใกล้กับแม่น้ำฮันที่ทอดผ่านเมือง ด้านเหนือของกังนัม และอัพพูจอง (ย่านชอปปิ้งแบรนด์หรู) เป็นที่ตั้งของย่านซองซู เขตอุตสาหกรรมในอดีต เต็มไปด้วยโรงงานขนาดเล็กและขนาดกลาง อาคารสำนักงานก่ออิฐ หรือวัสดุเปลือยเปล่าแบบ Brutalism เรียงรายแน่นขนัดแทรกซึมไปกับโกดังเก็บสินค้า และบ้านพักอาศัยแบบเรือนแถว ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเป็นแหล่งพักอาศัยของคนงาน
ซองซู จึงเป็นย่านหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศเกาหลีใต้
ในอดีต ซองซูเป็นย่านที่ผู้คนสัญจรโดยทางน้ำ และซองซู เป็นชื่อของลำน้ำที่ทอดผ่านย่าน และได้พัฒนาเป็นชุมชนพักอาศัย จนกลายเป็นชุมชนอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 13 จนกระทั่ง ศตวรรษที่ 19 ซองซูกลายเป็นย่านที่รู้จักกันดี ในฐานะย่านค้าขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสำคัญของเมือง เช่น ข้าว กะหล่ำปลี จนกระทั่งปี 1963 ย่านได้กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรม เป็นที่ตั้งของโรงงานมากมาย เช่น โรงงานเครื่องเขียน Monami และในปี 1980 โรงงานรองเท้าทำมือหลายแห่ง ได้หลั่งไหลมาดำเนินกิจการที่นี่ จนกระทั่งมีโรงงานในพื้นที่ เป็นจำนวนมากกว่า 400 โรงงาน ตามมาด้วยโรงงานการผลิตที่เกี่ยวข้องถึง 100 ประเภท
อย่างไรก็ดี เมื่อกระแสโลกาภิวัฒน์ และอุตสาหกรรมดิจิตัล ได้เข้ามาแทนที่ ทำให้โรงงานเหล่านี้ทยอยปิดตัวลง อาคารซึ่งครั้งหนึ่ง เคยมีประโยชน์ใช้สอยเพื่อการอุตสาหกรรม คึกคัก เต็มไปด้วยผู้คนที่เร่งทำงานแข่งวันเวลา กลับกลายเป็นความเงียบงัน ถูกทิ้งร้าง หรือ รอวันถูกทิ้งร้าง
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โกดังแห่งหนึ่ง ได้ถูกปรับปรุงและชุบชีวิตด้วยประโยชน์ใช้สอยใหม่ ให้กลายเป็นร้านอาหาร คาเฟ่สุดฮิป โดยยังคงกลิ่นอายของยุคอุตสาหกรรมไว้อย่างครบถ้วน ก่อให้เกิดความนิยม กระแสการปรับปรุงอาคารดั้งเดิม กระจายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ซองซูเป็นย่านที่ดึงความสนใจจากศิลปิน ผู้ประกอบการ และนักวางผังเมือง ให้เข้าพัฒนา พลิกผันความทิ้งร้าง ให้กลับกลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ มีชีวิตชีวา
วิวัฒนาการของเขตซองซู จึงพลิกจากความเงียบเชียบ โรยรา ไปสู่การฟื้นคืนชีพงานออกแบบเชิงสร้างสรรค์และการต่ออายุอาคาร กระจายตัวไปทั้งย่าน จนได้รับสมญานามว่า บรุ๊คลินแห่งเกาหลีใต้
กุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเขตซองซูคือการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สร้างสรรค์ที่เติมชีวิตใหม่ให้กับอาคารเก่า โกดังขนาดใหญ่ถูกดัดแปลงเป็นแกลเลอรีศิลปะสมัยใหม่ ห้องโถงนิทรรศการ และตลาดแบบป๊อปอัพ กลายเป็นสวรรค์สำหรับการแสดงออกทางศิลปะและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ดึงดูดผู้มาเยือนจากทั่วเมือง
การฟื้นฟูเขตซองซูไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและพื้นที่สีเขียว สถาปนิกและนักวางผังเมืองได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบและการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยได้รวมเอาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน หลังคาสีเขียว และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ในอาคารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มีการจัดตั้งสวนชุมชนและสวนสาธารณะเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกของชุมชนและสิ่งแวดล้อม การสร้างทางวิ่งริมน้ำ Water front Park ขนานแม่น้ำฮัน ทำให้เกิดพื้นที่สาธารณะที่คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ การเพิ่มพื้นที่นิทรรศการผนวกเข้ากับสวนสาธารณะและอาคารพาณิชย์ เพื่อเน้นย้ำความเป็นมา และยังคงเปิดโอกาสให้ธุรกิจดั้งเดิม สามารถดำรงอยู่ได้ภายในพื้นที่ที่สร้างสรรค์ใหม่ แนวทางที่ยั่งยืนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มเสน่ห์ให้กับย่าน แต่ยังเป็นตัวอย่างสำหรับพื้นที่เมืองอื่นๆ ในกรุงโซลและที่อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ที่มีความรุ่มรวยทางด้านชาติพันธ์และวัฒนธรรม อย่างประเทศไทย
แนวทางการปรับปรุงอาคาร
จากการเดินสำรวจย่านซองซู ผู้เขียนได้พบแนวทางการปรับปรุงอาคาร ให้กลายเป็นพื้นที่พาณิชย์ที่สร้างสรรค์ ดังนี้
1 การปรับพื้นที่เฉพาะส่วนหน้าร้าน โดยยังคง Façade ดั้งเดิมของอาคารส่วนใหญ่ไว้
2 การคง Façade ดั้งเดิม โดยใช้สีและกราฟิกเพื่อเปลี่ยนมุมมอง
3 การรื้อวัสดุตกแต่งของ Façade เดิม ให้เหลือความดิบเปลือยของวัสดุปูนกาว เกิดการสร้างสรรค์ใหม่ของ Texture ที่สอดประสานกับบริบทโดยรอบ
4 การรื้อ Façade เดิมของอาคารทั้งหมด ให้เหลือแต่โครง โดยกรุปิดด้วยวัสดุที่มองทะลุภายใน เช่น กระจก เหล็กตาข่าย หรือวัสดุเรียบง่าย เพื่อให้เกิดงานออกแบบที่ทันสมัย แต่ไม่ขัดกับบริบทดั้งเดิมโดยรอบ
5 การทับซ้อนของพื้นที่ใช้งาน เช่น ด้านล่าง เป็นร้านค้า ส่วนชั้นบน เป็นร้านอาหาร แสดงให้เห็นความคับคั่งด้านเศรษฐกิจ
6 การสอดประสานระหว่างวิถีดั้งเดิม กับวิถีใหม่ ซ้อนทับอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทางไปซองซู สามารถลงสถานีรถไฟ ซองซู เป็นอีกแหล่งที่นักออกแบบไม่ควรพลาด พื้นที่มีขนาดไม่กว้าง แต่เต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด และความรุ่มรวยทางด้านผิวสัมผัสและ Space เก๋ๆ
*********************************************************
ประวัติผู้เขียนบทความ
มนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล Montip Lynn Assoratgoon
• อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย 2007 – ปัจจุบัน
• Board Member Asia Pacific Space Designers Association 2017 – 2021
• Committee APSDA College of Fellows 2021 – ปัจจุบัน
• Founder/ Director ML Estates
• อาจารย์พิเศษ
• นักเขียนนวนิยาย นามปากกา อลินน์ , ออนนี่ดีว่า
*******************************************************

เข้าร่วมการสนทนา

Compare listings

เปรียบเทียบ