ท่ามกลางตึกทันสมัย คอนโดหรู สูงระฟ้า ย่านอโศก อันเป็นย่านธุรกิจสำคัญ ที่ที่ดินทุกตารางนิ้ว มีราคาแพงลิบลิ่ว ยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ปกคลุมด้วยต้นไม้ยืนต้น และกลุ่มอาคารหลังคาสีแดงเป็นแนวยาว ย้อนไปเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2520 พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยต้นจามจุรีขนาดไม่ต่ำกว่า 2 คนโอบ บางต้น ถูกแขวนด้วยเชือกขนาดใหญ่ คล้องห่วงยางรถยนต์ เพื่อเป็นชิงช้าส่วนตัวของเด็กอนุบาลและเด็กประถม ส่งเสียงหัวเราะแทรกไปกับสายลมที่ยังคงพัดระเรื่อยบริเวณสุขุมวิท ในช่วงเวลานั้น
ปัจจุบัน ความร่มรื่นภายในรั้วโรงเรียนอาจดูจางหายลงไปบ้าง เนื่องจากความต้องการพื้นที่สำหรับอาคารเรียน พร้อมจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น แต่กระนั้น โรงเรียนได้ตระหนักถึงความเป็นมายาวนาน และอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมปฏิบัติ ตลอดจนสถาปัตยกรรมสำคัญหลายหลัง ที่เมื่อย้อนกลับไปเยี่ยมชมทีไร ภาพในอดีตก็ยังเด่นชัด เนื่องจากสถาปัตยกรรมได้รับการดูแลอย่างดี มีการปรับเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับประโยชน์ใช้สอยเท่านั้นเอง
อาคารสำคัญของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยที่มักพูดถึงเสมอ คืออาคาร 1919 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน เป็นอาคารชั้นเดียว ยกพื้นสูง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยมีห้องเรียงขนานกันไป เชื่อมเส้นทางสัญจรด้วยระเบียงด้านใน และตรงกลางเปิดโล่ง เป็น court ในสมัยก่อน กลางพื้นที่โล่งเป็นที่ตั้งของเสาธง นักเรียนจะยืนเคารพธงชาติบริเวณระเบียงนี้ตรงหน้าห้องเรียน โดยร้องเพลงชาติคลอเสียงเปียโน ซึ่งตั้งภายในห้องประชุม บริเวณทางเข้าของอาคาร
พื้นอาคารสมัยนั้นปูด้วยแผ่นไม้ ผนังก่ออิฐรับน้ำหนัก แม้แต่ชานด้านหน้า (เท่าที่จำได้) ก็เป็นไม้ ฝ้าเพดานสูง ที่ชอบมากคือหน้าต่างทรงสูง บานกระทุ้ง สมัยก่อน ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ได้หน้าต่างบานสูงและพัดลมมือแรงงานตัวเองนี่แหละ ช่วยบรรเทาให้ผ่านหน้าร้อนไปได้ ผู้เขียนมีโอกาสใช้อาคารเรียนแห่งนี้ 2 ปี สมัยข้ามจากนักเรียนไปกลับไปสู่นักเรียนประจำ ยังจำได้ว่ามีพัดลมเพดานตัวหนึ่งในห้องประชุม มันหมุนตลอดแม้ไม่ได้เปิด พวกเราซุบซิบกลัวกันยกใหญ่ ตำนานเรื่องเล่าต่างๆ ขุดงัดออกมา จนครูต้องปราม แต่ถึงยังไง ก็อดกลัวกันไปตามประสาเด็กไม่ได้ เพราะโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย มีประวัติความเป็นมายาวนาน และเคยเป็นโรงพยาบาลทหารของกองทัพญี่ปุ่น ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา
ส่วนชื่ออาคาร 1919 มาจากปีที่วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคาร ดังมีปรากฎสลักที่ด้านหน้าอาคารมาจนถึงทุกวันนี้
อาคารสำคัญอีกแห่ง ที่เด็กวัฒนาเรียกกันว่า หน้าบ้าน คืออาคารอำนวยการ ซึ่งตั้งเด่นบริเวณวงเวียนนาฬิกา ลักษณะอาคารใกล้เคียงกับอาคาร 1919 เพียงแต่สูงสองชั้น ในสมัยที่ผู้เขียนยังเรียนอยู่นั้น ด้านล่างของอาคารเป็นห้องพักครู และห้องทำงานผู้อำนวยการและครูใหญ่ เวลาเดินผ่านต้องเตือนตัวเองไม่ทำเสียงดัง รอบอาคารมีระเบียงใช้เป็นเส้นทางสัญจรหลักเช่นกัน โถงทางเข้าด้านหน้า เด่นด้วยบันไดไม้ที่สง่ามาก เสียดายว่ากลับไปโรงเรียนครั้งนี้ ชั้นล่างปิด จึงไม่มีโอกาสเก็บภาพเอาไว้ ได้แต่เดินขึ้นไปชั้นบน และได้พบว่า มีการปรับปรุงห้องด้านบนเป็นห้องนิทรรศการประวัติของโรงเรียน อาคารหน้าบ้านนี้ นับเป็นศูนย์กลางของโรงเรียน ผู้ปกครองจะมาพบนักเรียนประจำ ก็ต้องมาติดต่อตรงนี้ ส่วนชั้นบน มีระเบียงแล่นด้านหลัง ไปเชื่อมกับอาคารอื่น เช่นอาคารสี่ (หอนอนและห้องรับประทานอาหาร) และอาคาร 100 ปี (ห้องนั่งเล่น เรียกกันว่าห้อง Sitting และหอนอน) ระเบียงกว้างที่สุดตรงกลาง เป็นที่ตั้งของระฆังที่ส่งเสียงไพเราะที่สุด เพราะเป็นระฆังบอกเวลาพัก เวลารับประทานอาหาร
โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เดิมชื่อ โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง หรือโรงเรียนวังหลัง เพราะตั้งอยู่บริเวณวังหลัง (วังกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข) ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของโรงพยาบาลศิริราช โดยเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2417 และซื้อที่ดินปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2459 เพื่อสร้างอาคารเรียน จวบจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2464
ในปี พ.ศ. 2567 โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จะมีอายุครบ 150 ปี
**********************************************************
ประวัติผู้เขียนบทความ
มนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล Montip Lynn Assoratgoon
• อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย 2007 – ปัจจุบัน
• Board Member Asia Pacific Space Designers Association 2017 – 2021
• Committee APSDA College of Fellows 2021 – ปัจจุบัน
• Founder/ Director ML Estates
• อาจารย์พิเศษ
• นักเขียนนวนิยาย นามปากกา อลินน์ , ออนนี่ดีว่า
**********************************************************




